ป.คุมฝากขัง “โมฮัมหมัด” ค้านประกัน-ส่งสำนวนสั่งฟ้อง “อาทริส”
ป.คุมฝากขัง “โมฮัมหมัด” ค้านประกัน-ส่งสำนวนสั่งฟ้อง “อาทริส”กองปราบฯ ควบคุมตัว "โมฮัมหมัด" ผู้ต้องหาอิหร่านร่วมทีมระเบิดฝากขังผลัดแรก พร้อมค้านประกัน ขณะเดียวกันกองปราบฯ ส่งสำนวนพร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้อง "อาทริส" ครอบครองแอมโมเนียไนเตรท ด้านอธิบดีอัยการอาญา มั่นใจสั่งคดีทัน 12 วัน ก่อนครบกำหนดฝากขังครั้งสุดท้าย

วันนี้ (22 ก.พ.) เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง พนักงานสอบสวนกองปราบปราม และเจ้าหน้าที่สายตรวจปฏิบัติการพิเศษ 191 ควบคุมตัวนายโมฮัมหมัด คาซาอี (Mohammad Khazaei) ชาวอิหร่าน อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ข้อหาร่วมกันทำมีไว้ซึ่งวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ และทำให้เกิดเหตุระเบิดจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย และทรัพย์สินโรงเรือนสิ่งปลูกสร้างของผู้อื่นได้รับความเสียหาย กรณีที่เกิดเหตุระเบิดซอยปรีดีพนมยงค์ 31-33 และซอยสุขุมวิท 71 เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 55 เพื่อยื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 22 ก.พ.-4 มี.ค.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ ต้องสอบสวนพยานเพิ่มเติมจำนวนมาก รวมทั้งตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาและอื่นๆ โดยพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาด้วย เนื่องจากเกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน อีกทั้งวัตถุระเบิดมีอนุภาพร้ายแรงเกรงว่าจะเป็นภัยต่อส่วนรวม และคดีมีอัตราโทษสูง

ศาลพิจารณาคำร้องแล้วอนุญาตฝากขังผู้ต้องหาได้ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัวนายโมฮัมหมัดเข้าไปควบคุมไว้เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครต่อไป

วันเดียวกัน เวลา 10.00 น.ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม พนักงานสอบสวน (สบ 4) กองบังคับการปราบปราม เข้าพบอัยการเพื่อส่งมอบสำนวนการสอบสวน พยานหลักฐานจำนวน 8 แฟ้ม เอกสารกว่า 3,000 หน้า และความเห็นสมควรสั่งฟ้องนายอาทริส ฮุสเซน (Mr.Atris Hussein) อายุ 47 ปี ชาวเลบานอน สัญชาติเลบานอน-สวีเดน ภูมิลำเนาอยู่ที่เบรุตฮาดัท ถ.จามุส อาคารกราดิเนีย ชั้น 4 ประเทศเลบานอน ซึ่งถูกกล่าวหาเป็นสมาชิกกลุ่มก่อการร้ายฮิซบอลเลาะห์ (Hezbollah) ผู้ต้องหากระทำผิดมีไว้ซึ่งยุทธภัณฑ์ (แอมโมเนียไนเตรท) โดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.ยุทธภัณฑ์ พ.ศ. 2530 ประกอบประกาศกระทรวงกลาโหม เรื่องกำหนดชนิดยุทธภัณฑ์ที่ต้องขออนุญาต

ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อธิบดีอัยการฝ่ายคดีอาญา กล่าวว่า ตามสำนวนพยานหลักฐานที่ส่งมาและอัยการได้ตรวจสอบเบื้องต้นพนักงานสอบสวนกองปราบปรามมีความเห็นสมควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาตาม พ.ร.บ.ยุทธภัณฑ์ฯ เพียงข้อหาเดียว ขณะที่การพิจารณาสำนวนยังไม่มีความจำเป็นต้องตั้งคณะทำงาน เนื่องจากเท่าที่ได้ตรวจสอบเอกสารและสำนวนในขณะนี้ยังไม่มีความยุ่งยากซับซ้อน โดยการสั่งคดีของอัยการจะมีเวลา 12 วันตามกำหนดระยะเวลาครั้งสุดท้ายผลัดที่ 4 ซึ่งอัยการจะพิจารณาสำนวนให้เสร็จภายในเวลาดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 21 ก.พ. พนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้ยื่นคำร้องฝากขังนายอาทริส ครั้งที่ 4 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายและครบกำหนดฝากขัง 12 วัน ในวันที่ 4 มี.ค. โดยวันดังกล่าวตรงกับวันอาทิตย์ ดังนั้น หากอัยการจะมีความเห็นสั่งฟ้องและยื่นฟ้องผู้ต้องหาต่อศาลอาญาจะต้องทำภายในวันที่ 2 มี.ค.นี้

ขอบคุณแหล่งข่าว : ASTVผู้จัดการออนไลน์